Research and Knowledge Information
เรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลการวิจัยและสารสนเทศความรู้ ด้วยกระบวนการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และจัดระบบข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้า เพื่อเปลี่ยนให้เป็น
“องค์ความรู้” ที่พร้อมใช้งานและสร้างประโยชน์ได้จริง
การศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการ
คือ กระบวนการแสวงหาความรู้ ข้อเท็จจริง หรือคำตอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีระบบ มีระเบียบแบบแผน และมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือตรรกะที่น่าเชื่อถือ ไม่ได้ใช้เพียงความรู้สึก ความคิดเห็นส่วนตัว หรือการคาดเดา
( ตรรกะ :Logic คือกระบวนการคิด วิเคาะห์ และตัดสินใจอย่างเป็นระบบโดยอาศัยข้อเท็จจริงและเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ เป็นการหาข้อสรุปที่ปราศจากอารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน)
ผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการมักจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของรายงานวิชาการ ภาคนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือบทความวิจัย เพื่อเผยแพร่และเป็นประโยชน์ต่อแวดวงวิชาการ สังคม และสาธารณชน
ลักษณะสำคัญของการศึกษาค้นคว้าเชิงวิชาการ
การที่จะเรียกว่าเป็น “เชิงวิชาการ” ได้นั้น มักจะต้องมีองค์ประกอบหลักๆ 5 ประการดังนี้
-
มีความเป็นระบบ (Systematic): มีขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การตั้งคำถาม การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ ไปจนถึงการสรุปผล ไม่ทำตามใจชอบของตนเอง
-
มีความเที่ยงตรงและเป็นปรนัย (Objectivity): ปราศจากความลำเอียงของผู้ศึกษา ข้อมูลและผลลัพธ์ที่ได้ต้องมาจากหลักฐานความจริงที่พิสูจน์ได้
-
มีหลักฐานอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (Evidence-based): ข้อมูลที่นำมาใช้ต้องมาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับ เช่น หนังสือวิชาการ วารสารวิจัย หรือสถิติที่ได้รับการรับรอง
-
สามารถตรวจสอบและทำซ้ำได้ (Verifiability & Replicability): หากมีผู้ร่วมวิชาชีพคนอื่นนำระเบียบวิธีวิจัยแบบเดียวกันไปศึกษาซ้ำ จะต้องได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันหรือไปในทิศทางเดียวกัน
-
มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่หรือต่อยอด (Contribution): ไม่ใช่แค่การลอกเลียนข้อมูลมาปะติดปะต่อกัน แต่ต้องช่วยให้เข้าใจเรื่องนั้นๆ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือเป็นการแก้ปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ได้
ขั้นตอนหลักในการทำการศึกษาวิจัยเชิงวิชาการ
- กำหนดหัวข้อและปัญหา
เลือกเรื่องที่สนใจและมีคุณค่า ตั้งคำถามวิจัยให้ชัดเจนว่าต้องการหาคำตอบเกี่ยวกับอะไร - ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
ค้นคว้าและอ่านหนังสือ ศึกษางานวิจัยเก่าๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่ามีใครเคยศึกษาเรื่องนี้ไว้บ้าง - วางแผนและเก็บข้อมูล ออกแบบวิธีเก็บข้อมูล (วิธีดำเนินการศึกษา)
(เช่น การทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือการทดลองในห้องแล็บ) - วิเคราะห์ข้อมูล
นำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่ คำนวณทางสถิติ หรือตีความตามหลักทฤษฎี - สรุปผลและเขียนรายงาน
เรียบเรียงผลการศึกษาตามโครงสร้างที่เป็นสากล
ข้อแตกต่างระหว่าง “การอ่านทั่วไป” กับ “การค้นคว้าเชิงวิชาการ”
การอ่านทั่วไปอาจเป็นเพียงการหาความรู้เข้าตัวเองเพื่อความสนุกหรือความรู้รอบตัว แต่การค้นคว้าเชิงวิชาการคือการเจาะลึก วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ และสรุปออกมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่มีหลักฐานรองรับอย่างเป็นทางการ (เป็นเพียงรายงานเชิงวิจัยอาจไม่สมบูรณ์แบบตามหลักเกณฑ์ของงานวิจัยแบบมาตรฐาน)