เนื้อหาของคอร์ส
ว31288 การสื่อสารและการนำเสนอ (IS) ม.4 ภาคเรียนที่ 1

การกำหนดหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า (Independent Study: IS)
ควรเริ่มต้นจาก

  1. ประเด็นปัญหาหรือเรื่องที่ตนเองสนใจ โดยเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
    ท้องถิ่น  ประเทศ  หรือระดับโลก

  2. จากนั้นต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่า……..
     2.1  จะศึกษาอะไร …………………………………………………………………………………..
     2.2  กลุ่มเป้าหมายใด (ศึกษาใคร) ……………………………………………………………….
     2.3  ศึกษาที่ไหน …………………………………………………………………………………….
     2.4  ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า ……………………………………………………………….
     2.5  ต้องตอบโจทย์ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร…………………………………………………………

  3. แหล่งที่มาของหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า
    3.2  ความสนใจส่วนตัว: งานอดิเรก ความถนัด หรือข้อสงสัยที่อยากรู้คำตอบ
    3.2  ปัญหาในชีวิตประจำวันที่บ้านหรือที่โรงเรียน: ปัญหาที่พบเจอ เช่น การจัดการขยะ การใช้เวลาว่างของเพื่อน ฯลฯ
    3.3  ชุมชนและท้องถิ่น: ภูมิปัญญาท้องถิ่น  สินค้า OTOP  หรือปัญหาการจราจรในพื้นที่

  4. ตรวจสอบหัวข้อก่อนลงมือทำ   
    4.1  ความเป็นไปได้: สามารถหาข้อมูลได้จริง เครื่องมือที่ใช้ (เช่น แบบสอบถาม) เหมาะสมกับเวลาและงบประมาณ
    4.2  ความน่าสนใจ: เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ นำไปต่อยอดหรือแก้ปัญหาได้จริง
    4.3  ความถูกต้อง: ปรึกษาเพื่อนและขอคำแนะนำจากครูที่ปรึกษาประจำวิชา IS เพื่อปรับชื่อเรื่องให้กระชับและตรงจุด

 

เทคนิคการกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน

การตั้งชื่อเรื่องที่ดีไม่ควรคลุมเครือเกินไป ควรระบุองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบถ้วน

  • จะศึกษาอะไร: (ตัวแปรหรือประเด็นหลัก) เช่น พฤติกรรมการใช้… / ความพึงพอใจต่อ… / ประสิทธิภาพของ…
  • ศึกษาใคร (กลุ่มตัวอย่าง): เช่น นักเรียนระดับชั้น  คนในชุมชน, หรือผู้บริโภค ฯลฯ
  • ศึกษาที่ไหน (สถานที่): เช่น บ้าน  โรงเรียน  เขตพื้นที่  ฯลฯ

 

ตัวอย่างการแบ่งหมวดหมู่หัวข้อการศึกษาค้นคว้า (IS) 

  • กลุ่มสำรวจความคิดเห็น/พฤติกรรม: เช่น พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนของนักเรียน หรือ ความพึงพอใจในการใช้บริการห้องสมุด
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์/นวัตกรรม: เช่น การทำกระดาษจากใบไม้แห้ง หรือ เครื่องรดน้ำต้นไม้ตั้งเวลาอัตโนมัติ
  • กลุ่มการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ: เช่น เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดธรรมชาติในการไล่ยุง

 

4  เทคนิคในการตั้งชื่อหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า IS

          เทคนิคที่ 1  คิดหัวข้อจากปัญหาและความสงสัยในเรื่องที่ตนเองสนใจ
การตั้งหัวข้อ IS เริ่มจากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมรอบตัว หรือมีสิ่งที่คุณสงสัยต้องการหาคำตอบของเรื่องนั้นๆ โดยเริ่มต้นจากตัวของผู้ที่จะทำนั่นเอง หัวข้อที่ดีต้องไม่ซ้ำกับเรื่องที่มีผู้ทำก่อนนี้แล้ว เนื่องจากจะไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของตนเองที่ต้องการรู้ได้

          เทคนิคที่ 2 ชื่อเรื่องที่แปลกใหม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
หัวข้อที่มีความแปลกใหม่และแตกต่างจากเรื่องที่เคยมีผู้ทำมาแล้ว มีโอกาสที่จะทำให้การเสนอหัวข้อ IS ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการขออนุมัติได้ง่ายขึ้น เพราะการตั้งหัวข้อแบบเดิมๆ ที่มีคนทำมาแล้วไม่สามารถดึงดูดความสนใจและเห็นความแตกต่างจึงทำให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติได้ยาก

          เทคนิคที่ 3 หัวข้อเรื่องต้องมีความชัดเจนว่าต้องการค้นคว้าอะไร
หัวข้อการทำ IS จะต้องกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการค้นคว้าให้ชัดเจน เช่น ศึกษาอะไร มีกลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ ทำที่ไหน อย่างไร ระเบียบวิธีการศึกษาค้นคว้ามีว่าอย่างไรบ้าง ชื่อหัวข้อเปรียบเสมือนแนวทางที่กำหนดแผนการในการทำงานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น เพราะหากไม่มีแนวทางที่ดีและชัดเจน ในการลงมือปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความสับสน ทำงานซ้ำซ้อนไปมา ทำให้เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ยิ่งกว่านั้นอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทำให้งบประมาณที่ใช้เกินความจำเป็น และระยะเวลาในการทำ IS ล้าช้าตาม

          เทคนิคที่ 4 เป็นหัวข้อเรื่องที่มีประโยชน์และสร้างคุณค่า
การตั้งหัวข้อการทำ IS นอกจากเป็นเรื่องที่ทำเพื่อให้จบการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว สิ่งที่บ่งบอกว่างานศึกษาค้นคว้านั้น เป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่สูญเปล่า คือ เป็นเรื่องที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาสังคมให้ดีขึ้น 

 

 

ไฟล์ตัวอย่าง
สำหรับการทำการศึกษาค้นคว้าอิสระ.pdf
ขนาด: 117.63 KB
เตรียมการสอน-คาบ3.pdf
ขนาด: 198.67 KB