การกำหนดหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า (Independent Study: IS)
ควรเริ่มต้นจาก
- ประเด็นปัญหาหรือเรื่องที่ตนเองสนใจ โดยเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
ท้องถิ่น ประเทศ หรือระดับโลก - จากนั้นต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่า……..
2.1 จะศึกษาอะไร …………………………………………………………………………………..
2.2 กลุ่มเป้าหมายใด (ศึกษาใคร) ……………………………………………………………….
2.3 ศึกษาที่ไหน …………………………………………………………………………………….
2.4 ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า ……………………………………………………………….
2.5 ต้องตอบโจทย์ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร………………………………………………………… - แหล่งที่มาของหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า
3.2 ความสนใจส่วนตัว: งานอดิเรก ความถนัด หรือข้อสงสัยที่อยากรู้คำตอบ
3.2 ปัญหาในชีวิตประจำวันที่บ้านหรือที่โรงเรียน: ปัญหาที่พบเจอ เช่น การจัดการขยะ การใช้เวลาว่างของเพื่อน ฯลฯ
3.3 ชุมชนและท้องถิ่น: ภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้า OTOP หรือปัญหาการจราจรในพื้นที่ - ตรวจสอบหัวข้อก่อนลงมือทำ
4.1 ความเป็นไปได้: สามารถหาข้อมูลได้จริง เครื่องมือที่ใช้ (เช่น แบบสอบถาม) เหมาะสมกับเวลาและงบประมาณ
4.2 ความน่าสนใจ: เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ นำไปต่อยอดหรือแก้ปัญหาได้จริง
4.3 ความถูกต้อง: ปรึกษาเพื่อนและขอคำแนะนำจากครูที่ปรึกษาประจำวิชา IS เพื่อปรับชื่อเรื่องให้กระชับและตรงจุด
เทคนิคการกำหนดประเด็นปัญหาให้ชัดเจน
การตั้งชื่อเรื่องที่ดีไม่ควรคลุมเครือเกินไป ควรระบุองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบถ้วน
- จะศึกษาอะไร: (ตัวแปรหรือประเด็นหลัก) เช่น พฤติกรรมการใช้… / ความพึงพอใจต่อ… / ประสิทธิภาพของ…
- ศึกษาใคร (กลุ่มตัวอย่าง): เช่น นักเรียนระดับชั้น คนในชุมชน, หรือผู้บริโภค ฯลฯ
- ศึกษาที่ไหน (สถานที่): เช่น บ้าน โรงเรียน เขตพื้นที่ ฯลฯ
ตัวอย่างการแบ่งหมวดหมู่หัวข้อการศึกษาค้นคว้า (IS)
- กลุ่มสำรวจความคิดเห็น/พฤติกรรม: เช่น พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนของนักเรียน หรือ ความพึงพอใจในการใช้บริการห้องสมุด
- กลุ่มสิ่งประดิษฐ์/นวัตกรรม: เช่น การทำกระดาษจากใบไม้แห้ง หรือ เครื่องรดน้ำต้นไม้ตั้งเวลาอัตโนมัติ
- กลุ่มการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ: เช่น เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดธรรมชาติในการไล่ยุง
4 เทคนิคในการตั้งชื่อหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า IS
เทคนิคที่ 1 คิดหัวข้อจากปัญหาและความสงสัยในเรื่องที่ตนเองสนใจ
การตั้งหัวข้อ IS เริ่มจากปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมรอบตัว หรือมีสิ่งที่คุณสงสัยต้องการหาคำตอบของเรื่องนั้นๆ โดยเริ่มต้นจากตัวของผู้ที่จะทำนั่นเอง หัวข้อที่ดีต้องไม่ซ้ำกับเรื่องที่มีผู้ทำก่อนนี้แล้ว เนื่องจากจะไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของตนเองที่ต้องการรู้ได้
เทคนิคที่ 2 ชื่อเรื่องที่แปลกใหม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
หัวข้อที่มีความแปลกใหม่และแตกต่างจากเรื่องที่เคยมีผู้ทำมาแล้ว มีโอกาสที่จะทำให้การเสนอหัวข้อ IS ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการขออนุมัติได้ง่ายขึ้น เพราะการตั้งหัวข้อแบบเดิมๆ ที่มีคนทำมาแล้วไม่สามารถดึงดูดความสนใจและเห็นความแตกต่างจึงทำให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติได้ยาก
เทคนิคที่ 3 หัวข้อเรื่องต้องมีความชัดเจนว่าต้องการค้นคว้าอะไร
หัวข้อการทำ IS จะต้องกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการค้นคว้าให้ชัดเจน เช่น ศึกษาอะไร มีกลุ่มประชากร กลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ ทำที่ไหน อย่างไร ระเบียบวิธีการศึกษาค้นคว้ามีว่าอย่างไรบ้าง ชื่อหัวข้อเปรียบเสมือนแนวทางที่กำหนดแผนการในการทำงานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น เพราะหากไม่มีแนวทางที่ดีและชัดเจน ในการลงมือปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความสับสน ทำงานซ้ำซ้อนไปมา ทำให้เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ ยิ่งกว่านั้นอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ทำให้งบประมาณที่ใช้เกินความจำเป็น และระยะเวลาในการทำ IS ล้าช้าตาม
เทคนิคที่ 4 เป็นหัวข้อเรื่องที่มีประโยชน์และสร้างคุณค่า
การตั้งหัวข้อการทำ IS นอกจากเป็นเรื่องที่ทำเพื่อให้จบการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว สิ่งที่บ่งบอกว่างานศึกษาค้นคว้านั้น เป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่สูญเปล่า คือ เป็นเรื่องที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาสังคมให้ดีขึ้น